ข้อมูลของตนเองที่ควรทราบ ได้แก่  วันเดือนปีเกิด อายุ ที่อยู่ ข้อมูลของครอบครัว

วิธีทราบประวัติครอบครัว 

1. ดูจากภาพถ่าย และสิ่งของเครื่องใช้

2. สอบถามจากญาติผู้ใหญ่

ประโยชน์ของการทราบประวัติครอบครัว

ทราบถึงประวัติความเป็นมาของครอบครัว  ทำให้เกิดความรัก และความภูมิใจ 

ประวัติส่วนตัวของเรา ที่ควรทราบ  ได้แก่ วันเดือนปีเกิด  อายุ  ที่อยู่ ระดับการศึกษา และข้อมูลครอบครัว  ประวัติส่วนตัวของเรา เป็นข้อมูลพื้นฐานที่เราควรทราบ เพื่อประโยชน์ของตนเอง และแนะนำตัวกับผู้อื่นได้     ข้อมูลส่วนตัวสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมอื่นได้   เช่น การนำข้อมูลส่วนตัวมาใช้ทำบัตรประชาชน  บัตรประจำตัวนักเรียน  เป็นต้น  

ดังนั้นประวัติส่วนตัว  จึงเป็นข้อมูลในการเรียนรู้ เข้าใจผู้อื่น ทำให้รู้จักซึ่งกันและกัน 

ในหนึ่งวันมีการบอกช่วงเวลาที่ต่างกัน และแต่ละคนจะมีกิจกรรมที่ทำต่างกัน  ได้แก่  ตอนเช้า   ตอนสาย  ตอนเที่ยง  ตอนบ่าย ตอนเย็น  ตอนค่ำ และตอนกลางคืน  ในหนึ่งวัน เด็กๆ มีช่วงเวลาในชีวิตประจำวัน เช่น 

- ตอนเช้า ตื่นนอน  อาบน้ำแต่งตัว รับประทานอาหารเช้า และเดินทางไปโรงเรียน 

- ตอนสาย เข้าห้องเรียน เรียนหนังสือ  

- ตอนเที่ยง พักรับประทานอาหารกลางวัน  

- ตอนบ่าย เริ่มเรียนในช่วงบ่าย  

การนับเวลาแบบสุริยคติ  เป็นการนับเวลาแบบสากล  โดยใช้ดวงอาทิตย์เป็นหลัก

การนับเวลาแบบจันทรคติ  เป็นการนับเวลาแบบไทย  โดยใช้ดวงจันทร์เป็นหลัก  ในการกำหนดข้างขึ้น  ข้างแรม

ปฏิทินบอกอะไรเราบ้าง

1. บอกวันทั้ง 7 วัน  ได้แก่ วันอาทิตย์  วันจันทร์  วันอังคาร  วันพุธ  วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์

2. บอกวันที่ กับเดือน  และปี พ.ศ.

3. บอกข้างขึ้น และข้างแรม 

4. บอกวันสำคัญต่างๆ

5. ปฏิทินใช้เป็นเครื่องเตือนความจำ และบันทึกกำหนดการนัดหมายต่างๆ

การนับเวลาแบบสุริยคติ    โดยยึดดวงอาทิตย์เป็นหลัก เป็นการนับเวลาแบบสากล 

การนับเวลาตามแบบจันทรคติ โดยยึดดวงจันทร์เป็นหลัก  เป็นการนับเวลาแบบไทย

วันแบบจันทรคติ  เรียกว่า วันข้างขึ้น  วันข้างแรม  หรือ ปรากฎการณ์ข้างขึ้น ข้างแรม 



สื่อการเรียนรู้ วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1